วันศุกร์, พฤศจิกายน 15, 2019

ออนเซ็นสีน้ำนม สุดเลื่องชื่อ “ลงแช่ 3 วันไม่เป็นหวัดไป 3 ปี”

พูดถึงญี่ปุ่น ก็คงจะต้องมีโมเมนต์ที่นึกถึงออนเซ็น การได้แช่น้ำร้อนผ่อนคลายสบายตัว ท่ามกลางบรรยากาศและทิวทัศน์ในฤดูหนาวนั้นเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดแล้ว ความจริงแล้วเมื่อพูดถึงออนเซ็น ที่ญี่ปุ่นเขาก็มีออนเซ็นหลายประเภทเลยล่ะค่ะ ทั้งแหล่งกำเนิดและวิธีจัดการที่ทำให้รสชาติและลักษณะเด่นของออนเซ็นแตกต่างออกไป ดังนั้นวันนี้จึงอยากจะมาแนะนำออนเซ็นแห่งหนึ่งที่ขอบอกเลยว่าโด่งดังสุดๆ ชนิดไม่บอกต่อไม่ได้ ใครชอบแช่ออนเซ็นจะต้องชอบที่นี่ด้วยแน่ ๆ ออนเซ็นที่โด่งดังเรื่องการรักษาโรคตั้งแต่สมัยเอโดะ จากอดีตที่เคยถูกใช้เป็นสถานที่อาบน้ำแร่เพื่อการรักษาโรค สู่ยุคปัจจุบันที่รู้จักกันในนามสถานที่ Unseen ไปแล้ว เพราะด้วยความที่ตั้งอยู่ไกลความเจริญ แต่มีความแปลกและแตกต่างจากสถานที่อื่นๆ นี่ล่ะค่ะ ที่กลายเป็นคุณสมบัติของ Shirahone Onsen แห่งนี้   “ลงแช่ 3 วันจะไม่เป็นหวัดไป 3 ปี” คำบอกเล่าจากอดีตถึงปัจจุบัน น้ำร้อนสีขุ่นขาวราวกับสีน้ำนมที่ Shirahone...

แม่ผมทำอาชีพ “เก็บขยะขาย” ฝ่ายหญิงจึงดูถูก แต่ของขวัญจากแม่ ทำแขกตะลึง จนต้องปรบมือให้

ผมชื่อ เสี่ยวหมิง เมื่อ 3 ปีก่อนผมได้รู้จักับภรรยาของผม ริมฝีปาก,ฟัน,ผิวของเธอ ทุกอย่างล้วนขาวหมดจด ผมหลงรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ฐานะทางบ้านของเธอก็ดี แต่ผมนะหรอ เป็นเด็กชนบท พ่อแม่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเสียผมจนเรียนจบมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกว่าตนเองไม่คู่ควรกับเธอ แต่เป็นเพราะผมรักเธอมาก จนไม่สามารถจากเธอไปได้ ครั้งแรกที่เธอไปบ้านของผม เธอไม่ยอมเข้าบ้าน ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าประตูบ้าน ผมพยายามดึงเธอเข้ามา แต่เธอพูดเสียงเบาๆว่า "ในบ้านมีกลิ่นแปลกๆ"  รอบๆบ้านของผมมีแต่ขยะรีไซเคิลเต็มไปหมด ในขณะนั้นเองแม่ของผมก็เดินออกมาจากห้องพร้อมน้ำ 1 แก้ว พร้อมพูดว่า "ขออภัยนะ พอดีช่วงนี้ยุ่งๆทำให้ไม่มีเวลาเก็บของมันเลยดูรกมาก แต่อย่าดูถูกของเหล่านี้นะ มันเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามากสำหรับพวกเรา" เธอไม่กล้าที่จะดื่มน้ำที่แม่ผมยกมาให้ ได้เพียงแต่รับมาไว้ในมือแล้วก็วางบนโต๊ะ วันนั้นแม่ผมขอร้อง ผมและว่าที่ภรรยาอยู่นอนค้างคืน...

ยายวัย 87 ปี ตื่นตีสี่ ขายข้าวเหนียวปิ้ง เพื่อยังชีพ ต้องไปหาหมอด้วยตัวเอง ลูกจะรู้ไหมว่าแม่ลำบาก

แม่คนเดียวเลี้ยงลูกหลายคนให้เติบใหญ่ได้ แต่ลูกหลายคนไม่สามารถเลี้ยงแม่คนเดียวได้ อาจจะฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่กลับปรากฏให้เห็นมากมายในสังคมปัจุบัน… อย่างเช่นเรื่องราวของคุณยายวัย 87 ท่านนี้ ตื่นตี 4 ทุกวัน เพื่อทำมันปิ้ง-ข้าวเหนียวปิ้งมานั่งขายที่ข้างร้านก๋วยเตี๋ยว… บริเวณ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อจ่ายค่าเช่าบ้าน-ค่าข้าวสาร-ค่ารถไปหาหมอ ซึ่งผู้โพสต์ได้ผ่านไปแถวนั้นพอดี อดสงสารไม่ได้จึงเข้าไปอุดหนุนคุณยาย… โดยผู้โพสต์เล่าว่า… วันนี่ไปอบรมกะนางรอง แวะไปกินเตี๋ยวร้านป้า เห็นยายหวอยนั่งขายมันปิ้งข้าวเหนียวปิ้งเลยเข่าไปนั่งคุยกะยาย ยายเล่าชีวิตต้องตืนตีสามตีสี่… ไปขายของกะตลาดเสร็จแล้วสายๆก็มานั่งขายข้างร้านก๋วยเตี๋ยว เพราะต้องจ่ายค่าเช่าบ้านค่าข้าวสาร ยายบอกว่าลูกแยกไปทำมาหากินที่อื่น ได้เพื่อนบ้านแบ่งปัน… เวลาไปหาหมอคุณหมอก็จะให้ค่ารถกลับ บางครั้งก็มาอุดหนุนขนมยาย ยายบอกว่ายายเป็นคนดีเลยได้พบคนดีๆก็ช่วยเหลือ...

“แม่วัว” น้ำตาไหลพราก หลังรู้ว่าไม่ได้ถูกพาไป “โรงเชือด” จากความกลัวกลายเป็นดีใจ

เรื่องราวสุดซึ้งเมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในฟาร์มโคนมแห่งหนึ่งมีวัวตัวหนึ่งชื่อ “เอ็มม่า” หนึ่งในแม่วัวสาวของฟาร์มแห่งนี้ วัวที่มีชะตากรรมน่าเศร้า เชื่อว่าทุกคนคงรู้ว่าฟาร์มโคนมโดยทั่วไปแล้ว วัวจะต้องถูกรีดนมวัวออกมาเป็นประจำ เพื่อจำหน่ายต่อไปสู่ท้องตลาดและเพื่อให้มีผลผลิตที่ดีได้มาตรฐานแล้วพวกเขาจะคัดเลือกวัวที่ให้น้ำนมที่ ได้ตามมาตรฐานที่สุด หากหมดประโยชน์แล้ว สุดท้ายมักจะถูกส่งต่อไปยังโรงฆ่.าสัตว์   เช่นเดียวกับ “เอ็มม่า” หลังมันต้องผสมพันธุ์เพื่อให้กำเนิดลูกวัวอยู่หลายครั้ง โดยที่ไม่ได้หยุดพักผ่อน เมื่อคลอดลูกแล้ว มันก็จะถูกแยกออกจากลูกของมัน เพื่อให้เอ็มม่าได้ผลิตนมวันที่ได้คุณภาพ น้ำนมทั้งหมดจะถูกรีดส่งออกจำหน่าย เอ็มม่าและวัวตัวอื่นๆก็จะถูกขังอยู่ในห้องแคบๆ เพียงลำพัง หลายปีที่ผ่านมามันจะต้องเผชิญกับเรื่องเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้ง  หลังจากที่ฟาร์มโคนมแห่งนี้ถูกปิดลง เอ็มม่าก็ถูกส่งไปยังโรงฆ่.าสัตว์ มันและวัวตัวอื่นกำลังจะถูกฆ่.าทิ้งเพื่อนำเนื้อออกจำหน่ายแก่มนุษย์เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหาร แต่โชคดีที่มีองค์กรพิเศษ ของประเทศเยอร์มัน ซึ่งได้ทุ่มเทให้ความช่วยเหลือวัวเหล่านี้ โดยการซื้อต่อวัวที่กำลังจะโดนฆ่.าทิ้ง ละได้ก่อตั้งองค์กรใหม่ขึ้น...

ดื่มกาแฟตอนเช้าบ่อยๆ 5 สิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อดื่มกาแฟประจำทุกวัน

เชื่อได้ว่ากาแฟในตอนเช้าเป็นสิ่งที่ใครหลายคนจะต้องดื่มอย่างแน่นอน เพราะเป็นตัวช่วยที่ดีทำให้ตื่นตัว และมีความกระปรี้กระเป๋าเพิ่มมากขึ้น เพราะมีคาเฟอีนที่มีฤทธิ์ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยในเรื่องของการขับปัสสาวะ ดังนั้นคาเฟอีนจึงมีผลโดยตรงกับร่างกายของเรา   หลายคนตั้งคำถามว่าแล้วจริงๆเราควรดื่มกาแฟวันละกี่แก้วจริงๆแล้วการดื่มกาแฟไม่ควรเกินวันละ 200 mg เพื่อที่จะไม่เป็นการไปรบกวนสมองมากเกินไป เพราะถ้าหากเราได้รับปริมาณคาเฟอีนเพิ่มมากขึ้นหรือเลย 200 mg จะเป็นเหตุทำให้ใจสั่นได้ นอนไม่หลับ หงุดหงิด จนบางครั้งอาจจะปวดหัวและท้องเสียได้ หากใครดื่มกาแฟในปริมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวัน หากจะเปรียบเทียบเป็นแก้วนั่นก็คือ กาแฟคั่วแบบเอสเปรสโซ่ 1 ช็อต จะมีคาเฟอีนประมาณ 115...