ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “มิตรสหายท่านหนึ่ง” ได้เล่าเหตุการณ์ที่บังเอิญขับรถผ่านไปเห็นภาพหญิงสาวเดินกระเตงลูกน้อย เดินไปตามถนน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ

ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ได้สร้างทั้งความประทับใจ ความซาบซึ้ง และรู้สึกเศร้าใจไปพร้อม ๆ กัน ต่อโชคชะตาของแม่ และลูกน้อย คู่หนึ่ง ก่อนติดสินใจวนรถกลับไปช่วยเหลือ ทำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวความน่าสงสารของผู้หญิงคนหนึ่ง

โดยเรื่องมีอยู่ว่า ตนได้ขับรถออกจากโคราช ผ่านลำตะคองก่อนเข้าเขตปากช่องขับรถเลนส์ขวาตลอด ขณะนั้นประมาณ บ่าย 2 โมงครึ่งกว่า ๆ แล้ว แดดยังแรง

หางตาแว่บไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เดินกระเตงลูกเข้าเอวตรงเกาะกลางที่มีต้นไม้ปลูกอยู่เป็นแนว  แม้จะผ่านแค่แวบเดียวแต่สิ่งที่มองเห็น คือผู้หญิงตัวเล็กผอมกระเตงเด็กข้างเอว กระเป๋าสะพายที่สะพายอยู่มีเสื้อผ้าเหมือนยัดอยู่แบบลวก ๆ

มองเห็นเสื้อผ้าที่ออกมานอกกระเป๋าที่ไม่ได้ปิดซิบ มือสองข้างถือถุงที่มีของในนั้นอยู่เต็มถุง เธอเอา 2 มือประสานไว้รอบเอวของเด็ก แล้วก็เดินจ้ำๆๆ ไปข้างหน้าเรื่อยๆ

ระหว่างนั้นความคิดมันก็ตีกันไปเรื่อย จนกระทั่งตัดสินใจยูเทิร์นเพื่อที่จะกลับไปดูผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง ขับไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้เห็น 2 แม่ลูกนั้นอีกครั้ง กลับไปยูเทิร์นมาอีกรอบแล้วขับเลย 2 แม่ลูกมาหน่อย เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อจอดฝั่งเกาะกลางชิดขอบข้าง

เมื่อดูว่าปลอดภัยจึงมองกระจกเห็นคนเป็นแม่กำลังดูรถจากข้างหลังเพื่อที่จะเดินผ่านรถเราไปให้ปลอดภัย เราเปิดกระจกไว้เมื่อเค้าเดินผ่านจึงถามว่า จะไปไหน ผู้หญิงคนนั้นทำหน้างง ๆ เราจึงถามซ้ำว่า จะไปไหน เขาบอกว่าจะไป บ้านอะไรสักอย่างจำไม่ได้ แต่บอกว่าอยู่สะพานตรงที่จะเข้าหนองสาหร่าย

เลยบอกว่าขึ้นมาสิจะไปส่ง ตอนแรกทำท่าปฏิเสธ แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกเราก็จะผ่านทางนั้นอยู่แล้ว แดดเปรี้ยงขนาดนี้สงสารเด็ก ผู้หญิงคนนั้นเลยขึ้นมานั่งบนรถด้วย (ใส่แมสเรียบร้อยทั้งแม่ และเด็ก)

แต่พอก้าวขึ้นมาเราก็บอกเขาก่อนว่า พี่ขออนุญาตฉีดสเปรย์แอลกอฮอลล์นะ ไม่ได้หมายความว่าพี่รังเกียจ แต่ตอนนี้ทุกคนควรป้องกันไว้กับโรคที่ระบาดอยู่ตอนนี้ พี่ขออนุญาตนะคะ ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้า และบอกว่า เข้าใจ

ระหว่างทางที่นั่งรถมาด้วยกัน เราถามว่าทำไมไม่ขึ้นรถล่ะ ที่ที่ไปมันไกลนะ เขาบอกรถไม่ค่อยมี ถึงมีก็ไม่อยากขึ้นเพราะเงินที่มีมันเหลือน้อย เก็บไว้ซื้อนมให้ลูกกิน ถามต่อว่าทำไมมาเดินแบบนี้ล่ะจะไปไหน

พอถามถึงตรงนี้เค้าก็เงียบไปนิดนึง แล้วก็พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า เลิกกับสามี เป็นช่วงที่ตกงานกันทั้งคู่ เครียด ทะเลาะกัน สามีไล่ออกจากบ้าน เอาลูกออกมาด้วย ต้องทำหน้าที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หลังถูกสามีทิ้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่มีต้นตอมาจากความเครียด เมื่อต้องกลายเป็นคนตกงานด้วยกันทั้งคู่

พอถึงจุดที่จะลง เขาปลุกลูกแล้วก็เตรียมข้าวของ พอจะลงรถเขาก็ยกมือไหว้ขอบคุณ และอวยพรว่า ขอให้คุณเดินทางปลอดภัยนะ เราได้ยื่นแมสสำหรับแม่ และเด็ก แบบผ้า ที่พนักงานในร้านทำมาให้ ได้มา 2 ชุด เลยแบ่งให้ไป 1 ชุด เพราะดูแล้วที่เขาใส่อยู่คงผ่านการใช้งานมาหลายวัน

พร้อมกับเงินอีกจำนวนหนึ่ง ยื่นไปพร้อมกัน เขารับแมสไปพร้อมกับกล่าวขอบคุณอีกหลายรอบ พอพลิกดูอีกด้านเห็นเงินที่แนบไป เขารีบเอาเงินยื่นกลับมาคืน แล้วบอกว่า แค่นี้ก็ช่วยเขามากมายแล้ว เขารับไม่ได้จริง ๆ เลยยื่นกลับไปอีกรอบแล้วบอกว่าเอาไปเถอะ ถึงเราทนได้ แต่ลูกเขาทนแบบเราไม่ได้นะ

ยกมือไหว้อีกครั้งพร้อมกับบอกว่าหนูไม่รู้จะตอบแทนคุณอย่างไร อยู่ ๆ คุณก็มาช่วยหนูกับลูกแบบนี้ พูดไปน้ำตาก็ไหลไปด้วย ยกมือไหว้และอวยพรซ้ำ ๆ เขาเดินกระเตงลูกขึ้นเอวเพื่อที่จะข้ามถนนไปซอยข้างหน้า ส่วนเรายูเทิร์นรถกลับ ด้วยความรู้สึก จุก ๆ อึน ๆ เศร้า ๆ แต่ก็ดีใจที่การตัดสินใจยูเทิร์นกลับไปวันนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง