นับว่าเป็นข่าวดีเป็นอย่างมาก สำหรับเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากในหลายพื้นที่ ซึ่งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย และกำลังต้องการเงินทุน

ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มี “โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง” ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง กรมปศุสัตว์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว

โดยส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ โคเนื้อ กระบือ แพะเนื้อ และไก่พื้นเมือง รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถอาชีพที่เกี่ยวเนื่องในภาคปศุสัตว์

เพื่อเป็นการสร้างอาชีพทางเลือกใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมมาเลี้ยงสัตว์จำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ

ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ ต้อมีดังต่อไปนี้

1. โครงการส่งเสริมการผลิตโคเนื้อ กิจกรรมการเลี้ยงโคขุนจำนวน 40,000 รายๆ ละ 5 ตัว รวมโคขุนอย่างน้อย 200,000 ตัว สร้างหรือพัฒนาคอกกลางรวบรวมโคขุน 200 แห่ง (สัดส่วนประมาณ 500/คอก) ในพื้นที่ทั่วประเทศ และคอกกักเพื่อการส่งออก จำนวน 20 แห่ง (รองรับโคขุนประมาณ 1,000 ตัว/คอก) ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ หรือพื้นที่ที่มีศักยภาพให้กับเกษตรกร

2. โครงการส่งเสริมการผลิตกระบือ เกษตรกรเป้าหมาย 4,000 รายๆ ละ 5 ตัว รวม 20,000 ตัว

3. โครงการส่งเสริมการผลิตแพะเนื้อ เกษตรกรเป้าหมาย 1,000 รายๆ ละ 21 ตัว รวม 21,000 ตัว

4. โครงการการส่งเสริมการผลิตไก่พื้นเมือง เกษตรกรเป้าหมาย 294 ราย ผลิตไก่พื้นเมืองขุน 264,000 ตัว/ปี

5. กิจการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทั่วประเทศตามศักยภาพและแผนธุรกิจที่มีความชัดเจน ได้แก่ ธุรกิจศูนย์ผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) การผลิตพืชอาหารสัตว์ การผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ ธุรกิจการส่งขนและการกระจายสินค้า (Logistics) เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • ต้องเป็นสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน
  • มีความพร้อมในการจัดเตรียมโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่างเหมาะสม
  • จัดหาอาหารสัตว์ให้กินอย่างเพียงพอตลอดระยะเวลาการเลี้ยงเพื่อให้สัตว์มีการเจริญเติบโตเต็มที่อย่างมีศักยภาพ
  • ผู้เข้าร่วมโครงการต้องดำเนินการจัดซื้อจัดหาพันธุ์สัตว์และปัจจัยการผลิตตามโครงการด้วยตนเอง

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังเร่งสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกร โดยเริ่มให้มีการรวมกลุ่ม 7-10 คน จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจให้แล้วเสร็จ คาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์จะสามารถตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน แล้วดำเนินการสนันสนุนสินเชื่อได้ทันที

โดย ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 100 บาท/ปี (หรือร้อยละ 0.01) กลุ่มละไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการ

ส่วนเกษตรกรที่เป็นหนี้ NPL นั้นสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยติดต่อที่ ธ.ก.ส. เพื่อให้ความช่วยเหลือในการแบ่งผ่อนตามระเบียบต่อไป และนอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังมีประกันหากสัตว์เสียชีวิตอีกด้วย