ข่าวดี…ข่าวด่วน! ใครมีญาตป่วยเป็นมะเร็ง ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ (ระยะสุดท้าย) วัดจอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก รับรักษาฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

 

นับว่าเป็นข่าวดีมากๆ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนป่วยที่หมดหวัง สำหรับใครที่ป่วยเป็นมะเร็งอยู่ หรือใครมีญาติป่วยเป็นมะเร็ง ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ (ระยะสุดท้าย)

โดย วัดจอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้เปิดรับรักษาฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยทางวัดจัดที่นอนไว้ให้ รักษาโดยน้ำมันจากต้นกัญชา จากการหาข่าวมา พบว่าผลการรักษาได้ผลทุกราย

“วัดจอมทอง”พิษณุโลกต้นแบบกัญชาพิชิต”มะเร็ง”

วัดจอมทอง ตำบลจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ญาติโยมเมืองสองแควต่างรู้จักเป็นอย่างดี และกำลังได้รับการกล่าวขานอย่างแพร่หลายหลังได้เปิดวัดให้เป็นสถานที่รักษาญาติโยมที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งระยะเริ่มต้นและระยะสุดท้าย

โดยทางวัดจะใช้น้ำมันกัญชาทางการแพทย์รักษาโรค และถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนไข้ที่ใกล้หมดหวังให้กลับมามีความหวัง ไม่ลองก็ไม่รู้ ดีกว่าอยู่แบบไม่รักษารอความตายไปวันๆแต่หากมารักษาที่วัดแห่งนี้โอกาสหายมีมากกว่าตาย ทำให้มีคนไข้จากจังหวัดต่างๆและทั่วสารทิศมาพึ่งใบบุญ และต่างเดินทางหมุนเวียนมารับการรักษาไม่ตำกว่า 20 คน

บางคนเมื่อรับการรักษาแล้วมีอาการทุเลาสามารถกลับบ้านไปรักษาตัวที่บ้านเกิดตามปกติ แต่คนไข้บางคนที่มีอาการป่วยหนักมา ต้องนอนพักรักษาอาการป่วยข้าที่วัดในระยะหนึ่ง หรือต้องนอนรักษาเป็นเวลานานนับเดือนเพื่อรับการเยียวยาจากอาการป่วยไข้ด้วยยากัญชาทางการแพทย์

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่วัดจอมทองต้องนำญาติมาดูแลด้วยอย่างน้อย 1 คน ซึ่งทางวัดและผู้รักษาไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพราะอาหารการกินอาศัยข้าวก้นบาตรจากพระสงฆ์ที่ออกไปบิณฑบาตรโปรดญาติโย ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ใช้เงินวัดทั้งหมดและเงินที่ทางวัดมีส่วนใหญ่มาจากญาติโยมผู้บริจาคคนละเล็กละน้อยตามกำลังศรัทธา  สำหรับญาติโยมที่ล้มป่วยรักษาแล้วหายจากอาการเจ็บป่วยก่อนกลับบ้านได้บริจาคปัจจัยสมทบไว้กับทางวัดเพื่อเป็นทุนสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นๆ

แต่กระนั้นปัจจัยที่ญาติโยมบริจาคก็ต้นทุนใช้จ่ายได้ระยะหนึ่งเพราะแต่ละวันทางวัดมีค่าใช้จ่ายสูง รวมทั้งค่าวัตถุดิบสำหรับเป็นค่ายารักษาโรคมะเร็งตกเดือนละหลายแสนบาทซึ่งทางวัดต้องรับผิดชอบทั้งหมด

การที่วัดจอมทองเปิดวัดให้บริการญาติโยมมารักษาอาการป่วยโรคมะเร็ง ไม่ใช่ว่าเป็นผู้รอบรู้เรื่องดังกล่าว แต่ได้รับการสนับสนุนจาก อาจารย์ตู้ หรือ นายบัณฑูร นิยมาภา อดีตเคยรับราชการตำรวจ และเป็นผู้ใช้กัญชา มีจิตศรัทธแรงกล้าที่ต้องการทำประโยชน์เพื่อสังคมจึงได้มาหารือกับเจ้าอาวาสวัดจอมทองเพื่อใช้สถานที่วัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งควบคู่กับหล่อมจิตใจให้คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา

สำหรับอาจารย์ตู้ หรือ หมอลุงตู้ที่ มีชื่อเสียงและรู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้บุกเบิกตลอดทั้งต่อสู้เพื่อให้ผู้ป่วยชาวไทยได้ใช้ยากัญชารักษาโรคมะเร็ง โรคคลมชักในเด็ก พาร์กินสัน และโรคอื่นๆ แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องเพราะกฎหมายยังไม่ได้รับอนุญาตและทำอย่างเปิดเผยได้ในประเทศไทย

ก่อนหน้านี้อาจารย์ตู้จึงต้องย้ายไปประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)เพื่อทำการสกัดน้ำมันกัญชาและทดลองใช้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งจนประสบความสำเร็จแต่ในทางการแพทย์นั้นยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง  แต่กระนั้นในสมัยอยู่สปป.ลาว อาจารย์ตู้ หรือ หมอตู้ เคยร่วมงานกับ ดร.ดาราวรรณ ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งของสปป.ลาว ที่ศูนย์ต้านมะเร็งลาว ณ กำแพงนครเวียงจันทน์ ถือเป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่งเอเชียด้านการรักษาโรคด้วยกัญชา

ปัจจุบัน อาจารย์ตู้ เป็นตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้ยากัญชาทางการแพทย์เรียกร้องสิทธิ์ให้ใช้ยากัญชาเพื่อการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย แต่หลังจากพรรคภูมิใจไทยเดินตามนโยบายในช่วงหาเสียงที่ประกาศไว้ว่าจะผลักดันให้ยากัญชาเพื่อทางการแพทย์ประสบความสำเร็จทางอาจารย์ตู้กับเจ้าอาวาสวัดจอมทองจึงขออนุญาตกับกระทรวงสาธารณสุขเปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยยากัญาชาเพื่อการแพทย์ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนเนื่องจากทางวัดรักษาฟรีทุกอย่าง

พระครูปัญญาวราภิรัต เจ้าอาวาสวัดจอมทอง กล่าวว่า ตอนนี้ทางวัดยังดำเนินการลำพังเองเพราะยังไม่หน่วยงานต่างๆเข้ามาช่วยเหลือ มีแต่ญาติโยมที่ร่วมบริจาคปัจจัย แต่ยังไม่เพียงพอเพราะคนอาการหนัก หรืออาการดีขึ้น ยังต้องรับการรักษาต่อเนื่องจนกว่าอาการดีขึ้นจนแน่ใจว่าสามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติได้

ด้วยเหตุนี้ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆตกอยู่กับทางวัดทั้งหมด ซึ่งเดือนหนึ่งค่าใช้จ่ายเกือบ 1,000,000 บาท และยังไม่ร่วมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ซึ่งค่าอาหารตรงนี้ถือว่าค่าใช้จ่ายไม่ค่อยเยอะเพราะอาศัยข้าวก้นบาตรพระ

ด้านหมอลุงตู้ กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายนับวันที่จะสูงขึ้นทุกวันเป็นหลักแสน ค่าทำยา ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าอาวาส ด้านอาหารการกินและที่อยู่อาศัย ในด้านยาที่รักษาจากเครือข่ายและสมาชิกที่ร่วมกันมาสนับสนุนทั้งวัตถุดิบ บางทีก็นำผลิตภัณฑ์ มาให้พออยูกันได้

ต่อไปมีคนมากันเยอะจะต้องมีกองทุนสนับสนุน ขณะนี้ได้ MOU ทำความตกลงร่วมมือกันกับมหาวิทยาลัยต่างๆไว้แล้ว เริ่มมีผลผลิตที่จะเอามาทำยา ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายต้องมี ต้องสร้างกองทุนผู้ป่วย ซึ่งจะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคตข้างหน้า

 

สำหรับญาติโยมที่ต้องทำบุญร่วมทบทุนกับทางวัดจอมทอง สามารถบริจาคได้ที่: กองทุนผู้ป่วยวัดจอมทอง ธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 02029950412  หรือสอบถามได้ที พระคู่ปัญญาวราภิรัต เจ้าอาวาสวัดจอมทอง โทร.089-654-5095086-959-5549

และท่านใดที่สนใจในการรักษา ขอทราบรายละเอียดได้ที่ คุณเบิ้ล โทร 065 748 5193

 

ขอบคุณข้อมูลจาก northernnewsthailand.com

 

 

Loading...