เรื่องราวสุดซึ้งเมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในฟาร์มโคนมแห่งหนึ่งมีวัวตัวหนึ่งชื่อ “เอ็มม่า” หนึ่งในแม่วัวสาวของฟาร์มแห่งนี้ วัวที่มีชะตากรรมน่าเศร้า

เชื่อว่าทุกคนคงรู้ว่าฟาร์มโคนมโดยทั่วไปแล้ว วัวจะต้องถูกรีดนมวัวออกมาเป็นประจำ เพื่อจำหน่ายต่อไปสู่ท้องตลาดและเพื่อให้มีผลผลิตที่ดีได้มาตรฐานแล้วพวกเขาจะคัดเลือกวัวที่ให้น้ำนมที่ ได้ตามมาตรฐานที่สุด หากหมดประโยชน์แล้ว สุดท้ายมักจะถูกส่งต่อไปยังโรงฆ่.าสัตว์

 

เช่นเดียวกับ “เอ็มม่า” หลังมันต้องผสมพันธุ์เพื่อให้กำเนิดลูกวัวอยู่หลายครั้ง โดยที่ไม่ได้หยุดพักผ่อน เมื่อคลอดลูกแล้ว มันก็จะถูกแยกออกจากลูกของมัน เพื่อให้เอ็มม่าได้ผลิตนมวันที่ได้คุณภาพ น้ำนมทั้งหมดจะถูกรีดส่งออกจำหน่าย เอ็มม่าและวัวตัวอื่นๆก็จะถูกขังอยู่ในห้องแคบๆ เพียงลำพัง

หลายปีที่ผ่านมามันจะต้องเผชิญกับเรื่องเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้ง  หลังจากที่ฟาร์มโคนมแห่งนี้ถูกปิดลง เอ็มม่าก็ถูกส่งไปยังโรงฆ่.าสัตว์ มันและวัวตัวอื่นกำลังจะถูกฆ่.าทิ้งเพื่อนำเนื้อออกจำหน่ายแก่มนุษย์เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหาร

แต่โชคดีที่มีองค์กรพิเศษ ของประเทศเยอร์มัน ซึ่งได้ทุ่มเทให้ความช่วยเหลือวัวเหล่านี้ โดยการซื้อต่อวัวที่กำลังจะโดนฆ่.าทิ้ง ละได้ก่อตั้งองค์กรใหม่ขึ้น เพื่อให้วัวเหล่านี้ได้มีชีวิตอย่างอิสระและใกล้ชิดกับธรรมชาติในช่วงปั้นปลายชีวิตพวกมัน

โดยเจ้าหน้าที่องค์กรบอกว่า “ตอนที่พวกเขากำลังนำเอ็มม่าและวัวตัวอื่นๆขึ้นรถนั้น พวกเขาสังเกตเห็นมัน ตัวสั่น น้ำตาไหล ตามร่างกายของมันมีเชือกมัดตัวอยู่ มันไม่รู้ชะตากรรมของตนเองเลยว่านาทีต่อไปนี้ จะถูกส่งตัวไปยังที่ใด ทำให้เจ้าหน้าที่ตกใจอย่างหนักกับพฤติกรรมที่มันแสดงออกมา

 

”เอ็มม่าไม่รู้ว่าสถานที่ที่รอมันอยู่คือทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่มและเพื่อนๆ ของมัน ตลอดชีวิตของมันถูกขังอยู่แต่ในฟาร์มโคนม ไม่เคยได้ออกมาเดินเล่นเลย ไม่เคยได้สัมผัสถึงการนอนบนหญ้าที่นุ่มนวล

เมื่อเอ็มม่าไปถึงสนามหญ้าแห่งให้ วัวตัวอื่นๆค่อยๆเข้าใกล้เอ็มม่าก่อนที่ทุกคนจะเริ่มสังเกตเห็นว่า เอ็มม่าเริ่มเดินเล่นรอบๆ สนามหญ้าและมีความสุขกับการเดินออกกำลังกายไปทั่ว มันเริ่มปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ได้ ทำให้มันรู้ว่าสิ่งที่รออยู่คือ “อิสระภาพ” ไม่ใช่โรงฆ่.าสัตว์อีกต่อไป

ฝันร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ต่อจากนี้ไปก็จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเพื่อนใหม่ๆ ที่สำคัญไม่ต้องถูกกักขังอีกต่อไป