วันนี้เราได้มีเรื่องราวหนึ่งที่จะมามอบให้กับทุกๆท่านได้อ่านกัน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแม่สามีและลูกสะใภ้ โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า…

 

ในเช้าวันหนึ่งของวันหยุดสัปดาห์นั้น คุณแม่สามีได้หิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมาจากลิฟท์ พอเดินออกมาถึงหน้าประตูก็ได้พบเจอกับแม่ยายของลูกชายโดยบังเอิญ

เมื่อแม่ยายได้เห็นแม่สามีนั้นที่เห็นเธอกระเป๋าใบใหญ่เลยถามว่า “จะไปไหน” แม่สามีก็ตอบคำถามบอกไปว่า “กลับบ้าน”

ทางด้านของแม่ยายก็เลยถามต่อว่าในบ้านต่างจังหวัดของคุณได้รื้อทิ้งไปแล้วไม่ใช่หรอ แล้วคุณจะกลับบ้านไปทำไม? เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงต้องกลับ? แม่สามีเงียบอยู่ไม่นาน ในที่สุดก็ยอมเล่าว่า

 

หนึ่งปีที่อยู่ร่วมบ้านกับลูกสะใภ้มา แกทรมานมาก แกว่า : ลูกสาวของคุณรังเกียจฉันนี่ เธอว่าเธอเป็นถึงด็อกเตอร์แต่กลับต้องมาอยู่ร่วมกับแม่ผัวไร้การศึกษาอย่างฉัน มันน่าขายหน้า

ตำหนิว่าอาหารที่ฉันทำไม่ถูกปาก ปัดกวาดเช็ดถูก็ไม่สะอาด เสื้อผ้าก็ซักไม่สะอาด ช่วงนี้ก็มาบังคับให้ฉันเปลี่ยนนู่นนี่

แล้วฉันอายุปาไปตั้ง 60 แล้วจะให้เปลี่ยนง่าย ๆ มันทำได้ซะที่ไหน พอฉันทำไม่ได้ แกก็เอาเสื้อผ้าฉันมาโยนไว้ในห้องรับแขก ไล่ให้ฉันออกจากบ้าน

แม่สามีเป็นม่ายตั้งแต่อายุ 30 เพื่อที่จะให้ลูกชายไม่ต้องเจอปัญหา แม้ว่าหลายๆคนจะมาโน้มน้าวให้แกแต่งงานใหม่ แต่แกก็ยังยืนยันที่จะเลี้ยงลูกชายมาเพียงลำพัง

จนลูกชายเข้ามหาลัย จบมาเป็นวิศวกร ปีที่ลูกชายของแกแต่งงานกับลูกสะใภ้ที่เป็นดอกเตอร์ ข่าวคราวก็เป็นที่รู้กันไปทั่วหมู่บ้าน

ทุกคนชมกว่าแกเลี้ยงลูกได้ดี ไม่เพียงแต่เป็นหน้าเป็นตาแต่ ยังมีเมียการศึกษาสูง แถมยังบอกกันอีกว่าแกสบายตอนแก่

ตอนนั้นลูกชายของแกก็จะมารับแกไปอยู่ในเมืองด้วยกัน แต่แกอยู่คนเดียวในต่างจังหวัดมาจนชิน และไม่อยากไปรบกวนสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน

ลูกชายแกก็ไม่อยากบังคับแม่ แต่ปีที่แล้ว บ้านแกโดนพายุรุนแรงจนพัง ต้องรื้อออก ลูกชายก็เลยมารับไปอยู่ด้วยกัน

ปกติลูกชายแกต้องไปคุมไซต์งานก่อสร้างตามที่ต่างๆ เดือนๆนึงจะได้กลับบ้านก็แค่ไม่กี่วัน ก็เลยกลายเป็นว่าแกต้องอยู่กับลูกสะใภ้เพียงลำพังแค่สองคน

ทุกวันแกรอลูกสะใภ้กลับบ้าน แต่ลูกสะใภ้ไม่เพียงไม่ซาบซึ้ง ยังรังเกียจแก จนไล่แกออกจากบ้าน! แกโดนลูกสะใภ้ทำขนาดนี้แต่ก็ไม่กล้าบอกลูกชาย กลัวว่าลูกจะกลุ้มใจเรื่องแกจนเดือนร้อนการงาน

 

แม่ยายได้ยินที่แม่สามีเล่าจบ ก็โกรธมาก จนโยนผลไม้ที่อยู่ในมือลงพื้น บอกกับแม่สามีว่า :

ขอโทษจริงๆนะคะ ฉันสั่งสอนลูกไม่ดีเอง ทำให้คุณต้องเดือดร้อน คุณไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ที่นี่ก็คือบ้านของคุณ มา! ขึ้นไปข้างบนกับฉัน วันนี้ฉันต้องสั่งสอนลูกสักหน่อย พูดจบก็จูงมือแม่สามีขึ้นลิฟท์ไป

 

พอถึงหน้าบ้านแม่ยายก็เคาะประตู ลูกสาวของเธอก็มาเปิด ยังไม่รอให้ลูกสาวพูดอะไร แกก็ตบไปที่หน้าลูกสาวฉาดใหญ่ แล้วว่า :

แกมันโง่ แม่สามีดีขนาดนี้ วัน ๆ ยุ่งอยู่กับการดูแลแก แกยังไม่รู้จักสำนึกขอบคุณ แล้วยังไปตำหนิท่านอีก ไปไล่ท่านออกจากบ้าน นี่เป็นสิ่งที่ลูกสะใภ้ดี ๆ ควรทำเรอะ? จิตใจแกทำด้วยอะไร?

แล้วก็ตบอีกฉาก : อันนี้ฉันตบให้ตัวเอง ฉันเลี้ยงแกมาอย่างยากลำบาก ส่งเสียให้เรียนถึงปริญญาเอก แต่แกกลับไม่ได้เรียนรู้เรื่องความกตัญญูมาเลยสักนิด แล้วยังไปดูถูกแม่สามีว่าไม่มีการศึกษา

แม่ของแกก็ไม่มี ถ้าไม่ใช่เพราะคนไร้การศึกษาแบบพวกฉัน ประหยัดอดออม จะมีคนมีการศึกษาแบบแกวันนี้มั้ย

น้องสะใภ้แกต้องอยู่บ้านเดียวกับฉัน ทำไมเขาไม่รู้สึกขายหน้าเฮอะ? เรื่องดี ๆ น่ะไม่รู้จักเรียนรู้ ฉันล่ะอยากจะไปบอกที่บริษัทแกจริงๆ

เป็นถึงผู้จัดการแผนก มีลูกน้องมากมาย แต่อยู่บ้านปฏิบัติกับแม่สามีแบบนี้ ลูกสะใภ้โดนแม่ตัวเองด่าจนไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร ก้มหน้าลากกระเป๋าแม่สามีเข้าบ้านไป…

 

จำเอาไว้ว่า หากวันนึงที่คุณจะต้องแก่เฒ่า ไม่ว่าคุณจะมีฐานะสังคม มีเงินมีทอง หรือมีหน้าที่การงานที่สูงมากแค่ไหน คุณก็ต้องเคารพผู้ใหญ่

มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ไม่ทอดทิ้งท่าน และปฏิบัติตัวต่อพ่อแม่สามีให้ดี เพราะส่วนหนึ่งที่คุณมีวันนี้ได้เพราะว่าท่านทำให้คุณ

 

ที่มา liker