เปิดพิธีกรรมฆ่.านกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ส่งดวงวิญญาณครูใหญ่ “หลวงพ่อคูณ” สู่สรวงสวรรค์  ตามตำนานที่สืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณของชาวล้านช้าง ถือฤกษณ์ 22.15 น. วันที่ 29 ม.ค.

 

รศ.ดร.นิยม  วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. กล่าวว่า นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นเมรุลอยที่ มข.จัดทำขึ้นนั้น

ได้สร้างขึ้นภายใต้งานวิจัยของคณะทำงานที่ได้ทำการศึกษา ใน 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย  การศึกษาข้อมูล, การออกแบบ และการก่อสร้าง

โดยในด้านของการศึกษาข้อมูลนั้น มข. ได้ทำการสำรวจวรรณคดีโบราณ โดยเฉพาะในภาคตะวันอกเฉียงเหนือ ที่มีการจัดพิธีฌาปนกิจศพพระเถระชั้นผู้ใหญ่ให้เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณีที่เหมาะสมดีงาม

ในด้านของการออกแบบ มข.ได้ ถอดอัตลักษณ์ของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จากความเรียบง่าย สู่งานศิลปะสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง และสุดท้ายคือด้านการก่อสร้าง โดยช่างสิบหมู่ ทีมช่างศิลป์จิตอาสาและทีมช่างศิษยานุศิษย์ ที่ได้มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไทยโบราณ

ที่รวมกันทั้งงานเขียน งานแกะสลัก งานปั้น งานปูน งานลงรัก งานหุ่น งานบุกลึง และงานหล่อ โดยมีศูนย์กลางการก่อสร้างที่บริเวณบึงสีฐาน มข.

ขณะที่โครงสร้างตัวนกเป็นไม้เนื้อแข็ง สูง 22.6 เมตร มีการนำไม้ไผ่มาทำโครงด้านนอก และใช้กระดาษสีขาวมาพับคล้ายการทำ เปเปอร์มาเช่ หรือประติมากรรมกระดาษ

ซึ่งทั้งหมดจะถูกเผาพร้อมกับร่างหลวงพ่อในวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ ประดิษฐานบนฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ประกอบด้วยนาคที่มีความยาว 5 เมตร 12 ตน และรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน

ชมคลิป

นางสีดา พร้อมทหารเอก กว่า 20 องค์ ยกทัพฆ่านกหัสดีลิงค์ พิธีศพหลวงพ่อคูณ

นางสีดา พร้อมทหารเอก กว่า 20 องค์ ยกทัพฆ่านกหัสดีลิงค์ พิธีศพหลวงพ่อคูณcr. ไทยรัฐ

Posted by ภูมิปัญญาชาวบ้าน on Tuesday, January 29, 2019

 

“ตามตํานาน “นกหัสดีลิงค์” จะมีส่วนหัวเป็นช้าง ตัวเป็นนกขนาดใหญ่ มีกำลังมหาศาล มาจากตำนานโบราณของนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร

เมื่อพระมหากษัตริย์แห่งนครนั้นถึงแก่สวรรคต ต้องอัญเชิญพระศ.พออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง มีนกหัสดีลิงค์ซึ่งกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารบินมาจากป่าหิมพานต์ จึงบินโฉบลงมาเอาพระศ.พไป

เมื่อพระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดี เข้าต่อสู้เพื่อเอาพระศ.พคืนมา นางสีดาจึงเข้ารับอาสาต่อสู้นกหัสดีลิงค์ โดยใช้ศรอาบย.าพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความต.าย ตกลงมาพร้อมพระศพ

พระมหาเทวีจึงโปรดสั่งให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน

หลังจากนั้นมาจึงได้ถือเอาประเพณีทำนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุของชั้นเจ้านาย ตามความเชื่อที่ว่า นกหัสดีลิงค์ สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ต.ายไปสู่สวรรค์ได้”

 

” สำหรับ นางสีดา ผู้ฆ่.านกหัสดีลิงค์ตามตำนานดังกล่าว ไม่ใช่พระมเหสีของพระราม ในรามเกียรติ แต่เป็นนางสีดา ตามตำนานที่เชื่อว่ามีอยู่จริง

เพราะจากการสืบทราบจากงานวิจัยนั้น พบว่านางสีดา ถูกสร้างขึ้น สอดคล้องตามตำนาน เป็นนางสีดาสืบเชื้อสายจากเมืองอุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวอีสาน

ในงาน พิธีของหลวงพ่อคูณ จะใช้นางสีดา ซึ่งสืบสายเชื่อจากเมืองอุบลราชธานี ซึ่งจากการวิจัยที่มีหลักฐาน พบว่า

การฆ่.านกหัสดีลิงค์เป็น แม่สุกัน ปราบวัย และ แม่มณีจันทร์ ผ่องศรี อายุกว่า 90 ปี นั้นได้เสียชี.วิตแล้ว จึงถือเป็นผู้สืบเชื้อสายนางสีดาที่ฆ่ายกหัสดีลิงค์มากที่สุด”

รศ.ดร.นิยม  กล่าวอีกว่า เมื่อแม่มณีจันทร์ เสียชี.วิต ก็มีแม่สมวาสนา ซึ่งเป็นลูกสาว ได้สืบเชื้อสาย ต่อเนื่องมา

ซึ่งถ้านับถึงยุคปัจจุบัน คือมีการสืบเชื้อสายมาทั้งหมด 6 คน โดยคนล่าสุดและยังคงมีชีวิตอยู่ คือนางเมทินี หวานอารมณ์ หรือเมย์

ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 3 ซึ่งเป็นเหลนของ แม่มณีจันทร์ คนที่ 6

และ นางเมทินี ก็เคยผ่านการฆ่.านกหัสดีลิงค์มาแล้วเช่นกัน โดยในวันที่ 29 ม.ค. คุณเมทินี ได้ยกทัพนางสีดา มาฆ่.านกหัสดีลิงค์ฯ เพื่อส่งครูใหญ่หลวงพ่อคูณสู่สรวงสวรรค์

 

รศ.ดร.นิยม กล่าวในตอนท้ายว่า  นกหัสดีลิงค์ฯที่จัดสร้างเพื่อรองรับบุษบกบรรจุสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณจะแตกต่างจากงานทั่ว ๆ ไป

เพราะทำด้วยกระดาษ โทนสีขาว สื่อถึงความเรียบง่าย สมเกียรติ และยังสื่อถึงความบริสุทธิ์ เพื่อส่งดวงวิญญาณหลวงพ่อคูณสู่สรวงสวรรค์ ยกเว้นส่วนบนยอดฉัตรนกหัสดีลิงค์จะเป็นสีทอง โดยมีกลไกให้นก สามารถเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ได้

ส่วนฐานบุษบกจะสร้างเป็นรูป 8 เหลี่ยม กว้าง 16 เมตร สูง 3 ชั้น เมื่อรวมความสูงถึงยอดจะสูง 22 เมตร 60 เซนติเมตร หรือเทียบเท่าตึก 5 ชั้น

บริเวณราวบันได 4 ด้าน ในแต่ ละชั้นจะประดับตกแต่งด้วยงานปั้นพญานาคหนึ่งเศียร พร้อมประดับตกแต่งด้วยสัตว์หิมพานต์สีขาวทั้ง 4 ทิศ เพื่อให้บรรยากาศเหมือนอยู่บนเขาพระสุเมรุ

 

แหล่งที่มา khonkaenlink