นายกฯ ย้ำชัดทุกหน่วยงาน พบข้าราชการทุจริต ทำผิดกฎหมาย หากมีหลักฐานชัด ห้ามโยกย้าย ให้ไล่ออกจากราชการไว้ก่อน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ถึงประเด็นปัญหาการกระทำผิดกฎหมายของข้าราชการว่า

ตนได้สั่งการและเน้นย้ำในที่ประชุม ครม. ให้ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานสามารถดำเนินการกับข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิด โดยจะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ในการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ รวมทั้งปัญหาค้ามนุษย์และการทุจริตต่างๆ

ซึ่งถ้าพบว่ามีหลักฐานชัดเจน จะไม่มีการโยกย้ายบุคคลนั้นๆ ไปอยู่ที่อื่นแล้วสร้างปัญหาขึ้นอีกต่อไป แต่จะต้องให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งขอให้ประชาชนสามารถมั่นใจ และไว้วางใจรัฐบาลได้ในเรื่องดังกล่าว

และจากการประชุม คสช. และที่ประชุม ครม. ก็เห็นชอบหลักเกณฑ์การดำเนินการมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ในกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือมีข้อมูลข่าวสารว่าจะมีการทุจริต ขอให้หัวหน้าหน่วยงานราชการเริ่มตรวจสอบทันทีที่มีข้อมูลปรากฏขึ้น โดยจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่เกิน 7 วัน และผลตรวจสอบจะต้องเสร็จภายใน 30 วัน

เป็นมาตรการให้ข้าราชการเข็ดหลาบ ว่าการเจริญเติบโตในหน้าที่ราชการต้องแลกมาด้วยความตั้งใจในการทำงาน และความสุจริต โปร่งใส และหากกำลังพลในการตรวจสอบไม่เพียงพอสามารถร้องขอมาที่สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ได้

 

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีหลักฐานควรเชื่อได้ว่าสามารถสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิด ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทันทีไม่ต้องรอผลทางคดีอาญา

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่เป็นการใช้อำนาจตามปกติ หัวหน้าส่วนราชการจะต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ ไม่ให้เกิดความชะงักชักช้าอย่างเด็ดขาด รวมถึงข้าราชการที่เกียร์ว่างด้วย แต่ไม่ได้หมายรวมถึงขั้นว่าจะไล่ออก โดยนายกฯ สั่งการว่า ถ้ามีข้าราชการเกียร์ว่าง ไม่สนใจทำงาน จะต้องโยกย้ายจากตำแหน่งเดิมทันทีโดยไม่ต้องรอฤดูกาลโยกย้าย