วันพุธ, มิถุนายน 3, 2020

ข่าวเด่น

เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ไทย ในการต่อสู้กับโควิด-19 มาถึงแล้ว

นับว่าเป็นข่าวดีของคนไทย เมื่อเพจ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข่าวรายงานว่า เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ไทยในการต่อสู้กับโรคระบาดมาถึงกรุงเทพแล้ว เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ได้ส่งมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเวชภัณฑ์ดังกล่าวได้แก่ ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากาก N95 และชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เป็นต้นหลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ ก็มีชาวเน็ตคนไทยจำนวนมาก เข้าคอมเม้นต์ขอบคุณรัฐบาลจีนที่มอบความช่วยเหลือ ส่งเวชภัณฑ์ต่างๆที่จำเป็นให้กับแพทย์ไทย ซึ่งกำลังขาดแคลนอย่างหนัก ในช่วงวิกฤตนี้เชื่อว่าหลังจากนี้ บุคลากรทางการแพทย์ของไทยจะได้มีกำลังใจและได้รักษาคนป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นไป และหวังว่าเราและทั่วโลกจะชนะโควิด-19ในเร็ววันนับจากนี้ขอขอบคุณไปยังรัฐบาลจีนมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

สถานบันการเงินและลีสซิ่ง ออกมาตรการ “พักชำระสินเชื่อรถยนต์” ลดภาระช่วง “โควิด-19”

จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จนทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งกับประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศธนาคารและบริษัทลีสซิ่ง จึงได้ออกมาตรการ “พักชำระสินเชื่อรถยนต์” เพื่อหวังช่วยลดภาระลูกค้าที่ต้องเผชิญกับ “วิกฤติโควิด-19” ที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ซึ่งธนาคารและบริษัทลีสซิ่ง ที่ออกมาตรการ “พักชำระสินเชื่อรถยนต์” ช่วยเหลือลูกค้า มีดังนี้  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์- พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน- ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด (แล้วแต่กรณี) ธนาคารไทยพาณิชย์  สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พักชำระค่างวดสูงสุด 6 เดือน ธนาคารทิสโก้ - ลูกหนี้รายย่อย- ผ่อนปรนการชำระเงินต้นชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน- ลดภาระการผ่อนชำระ- ขยายระยะเวลาการชำระหนี้- ลดค่าธรรมเนียม ธนาคารเกียรตินาคิน พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน การให้ส่วนลดดอกเบี้ย และการขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้*การพิจารณาเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารที่กำหนดกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ทางธนาคารยังมีมาตรการช่วยเหลือโดยพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี ครอบคลุมตั้งแต่การพักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน การให้ส่วนลดดอกเบี้ย และการขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้    โตโยต้า ลีสซิ่ง โครงการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด-19...

หอการค้าเผย หากไทยปิดประเทศ จะทำให้เศรษฐกิจเสียหาย 8,000 ล้านบาทต่อวัน

ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า จากการเปิดเผยของ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยซึ่งเปิดเผยว่า หากรัฐบาลใช้วิธีการประกาศปิดประเทศเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงคาดว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยให้เสียถึง 240,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 8,000 ล้านบาทต่อวันโดยจะแบ่งเป็น - ความเสียหายจากนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเข้ามาในไทยคิดเป็นมูลค่า 180,000 ล้านบาทต่อเดือนหรือ 6,000 ล้านบาทต่อวัน- ผลกระทบจากค้าชายแดนต้องหยุดชะงักลง 60,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 2,000 ล้านบาทต่อวันแต่นโยบายจะปิดประเทศหรือไม่ปิดประเทศนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล และต้องให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของชีวิตของประชาชนมากกว่าเศรษฐกิจอย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ในไทยว่าการระบาดจะก้าวกระโดดเหมือนในต่างประเทศ ที่ได้ทำการปิดประเทศไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ขอบคุณข้อมูลจาก MisterBan

เปิดตัวเลข ถ้าไม่ปิดประเทศภายใน 1เดือน คาดผู้ป่วยโควิดพุ่ง 3 แสน ตาย 7 พัน!!

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  อีกทั้งยังมีผู้ที่เข้าไปสัมผัสกับสถานที่เสี่ยงอีกจำนวนมากที่ยังค้นไม่พบ และไม่รายงานตัวจึงมีข้อเสนอจากหลายฝ่ายว่าควรยกระดับสถานการณ์โดยการปิดเมืองจากข้อมูลที่คณะแพทย์ฯ เสนอนายกฯเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถึงความจำเป็นในการล็อคดาวน์ประชาชน ให้ "อยู่ในบ้าน""อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" กับภาพอนาคต 30 วัน หากใช้มาตรการล็อกดาวน์ให้ประชาชนอยู่ในบ้านตัวเลขคาดการณ์จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ จะอยู่แค่ 24,269 คน นอนโรงพยาบาล 3,640 คน ไอซียู 1,213 คน และเสียชีวิต 485 คนแต่ถ้ายังทำแบบเดิมไม่หยุดการเคลื่อนย้ายของประชากร (ภายใน 30 วัน) คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ จะสูงถึง...

รัฐบาลแต่งตั้ง “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” ร่วมเป็นเจ้าหน้าที่ ช่วยกันเฝ้าระวังโควิด-19

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุม โ ร ค ติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ฉบับที่ 3 และ 4 พ.ศ.2563 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.นี้ซึ่งนอกจากจะมีผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ยังหมายรวมถึงข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน...