“กิจโตเกียว” เด็กสู้ชีวิตที่หาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่ ป.1 ตื่นตีห้ามาขายปาท่องโกทุกเช้า และเข็นรถไปขายโตเกียวตั้งแต่ตอนเลิกเรียนถึงสามทุ่ม

 

กิจคือเด็กอายุ 14 ที่ช่วยพ่อแม่ ขายของ มาตั้งแต่ ป.1 และไม่เคยมีวันหยุด นาฬิกาชีวิตของเขาเริ่มต่อสู้ตั้งแต่ตีห้าจนถึงสามทุ่ม

ทุกเช้ากิจต้องตื่นตีห้า มาชงไมโล กาแฟ และเอาปาท่องโกที่แม่กิจทอด ขึ้นรถจักรยาน ปั่นขายทั่วหมู่บ้าน

จากนั้นก็รีบไป รร. หลังเลิกเรียน ก็รีบมาขายโตเกียวที่ตลาด จนถึงสามสี่ทุ่ม

แม่ของน้องกิจมีปัญหาเรื่องข้อเท้าทำให้เดินไม่ค่อยได้ พ่อน้องกิจประกอบอาชีพกรรมกร เงินไม่พอใช้

น้องกิจเลยบอกพ่อว่าเรามาทำโตเกียวดีไหม เด็ก ๆ ที่โรงเรียนชอบกิน นั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “กิจโตเกียว”

 

กิจเป็นเด็กที่มีความจริงใจมาก น้องพูดซื่อๆ ในทุกคำตอบ

แต่เป็นคำตอบ ที่ทำให้คนวัยยี่สิบกว่าอย่างเรา ได้แต่ถามตัวเองว่า บนโลกนี้จะมีเด็กอายุ 14 ที่อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอแบบนี้ สักกี่คน

ถ้าย้อนกลับไปตอนเรา ป.1 เราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราทำอะไรเป็นบ้าง แต่สำหรับ “กิจ” นั้น คือจุดเริ่มต้นของ “กิจโตเกียว”

การทำงานหาเงินช่วยแม่ที่ป่วย และพ่อที่ทำอาชีพก่อสร้าง เพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน และเมื่อเขาเติบโตมาจนถึงอายุ 14 ปี

ช่วงเวลาแห่งความสุขหลังเลิกเรียนของเขาก็หายไป เพราะเขาต้องเข็นรถเข็นไปขายโตเกียวตั้งแต่เลิกเรียนจนถึงสามทุ่มทุกวัน…ไม่มีวันหยุด

แต่ละคำถามที่เราถามน้อง เป็นคำถามง่ายๆ เช่น เราถามว่าน้องมีเป้าหมายสูงสุดอะไรในชีวิตตอนนี้

น้องบอกว่า น้องอยากทำทุกอย่างให้เป็น น้องอยากเห็นพ่อกับแม่ นอนสบาย ๆ สักวัน หรือได้ไปเที่ยวแบบที่คนอื่นบ้าง

 

คุยไปสักพักเริ่มสนิทกัน เราถามกิจว่า กิจ ทำไมแกไม่ค่อยพูดเลยอะ หรือแกเหนื่อย กิจบอกว่า ผมไม่ค่อยชอบพูด แต่ผมชอบทำงานมาก ๆ เลยครับ

พี่ปอนอยากกินไส้ไหนเป็นพิเศษไหมครับ ผมจะตั้งใจทำให้ เห็นพี่มาไกล (เชี่ยยย เด็กอายุ 14 คิดแบบนี้ได้จริงดิ)

อีกหนึ่งความน่ารักคือ ระหว่างขายจนดึก น้องนั่งยิ้มให้ลูกค้าตลอดเวลา น้องไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีวิทยุ หรืออะไรใด ๆ

เราถามน้องว่า ไม่เหงาหรอ อยู่เงียบๆแบบนี้ ตั้งหลายชั่วโมง น้อบอกว่า ผมกลัวลูกค้าหาย เดี๋ยวผมไม่มีเงินไป รร.

น้องพูดจบพร้อมหัวเราะแบบเขิน ๆ การเจอกับน้อง เราไม่สามารถบรรยาย เป็นตัวอักษรได้ ว่ามันงดงามแค่ไหน

มันเติมกำลังใจ ให้เราทำงานแค่ไหน เราอยากให้ทุกคน ลองเจอกับน้องเอง รอยยิ้มของน้องสดใส และมีพลังมากจริง ๆ

สุดท้ายเราถามกิจว่า สำหรับกิจ พ่อแม่มีความหมายอย่างไร กิจตอบสั้น ๆ ว่า “เท่าชีวิตครับ”

ท้ายที่สุดแล้วชีวิตคงเป็นแบบนี้แหละมั่ง เราอาจสร้างมาให้สู้กับชีวิตตั้งแต่เช้า เรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน

โดยกิจเริ่มเร็วกว่าหลาย ๆ คน และเลิกช้ากว่าหลาย ๆ งาน อาหารทุกอย่างที่กิจทำ เราไม่ได้ซื้อซ้ำเพราะความสงสารแต่อย่างใด

แต่มันมีรสชาติที่กลมกล่อมอยู่ในนั้นจริง ๆ กิจตั้งใจทำทุกชิ้น จนเราได้แต่สงสัยว่า ทำไมเด็กอายุ 14 ถึงมีสมาธิและรักในสิ่งที่ตนเองทำได้ขนาดนี้

บางครั้งคนที่เป็นแรงบันดาลใจ ก็ไม่ใช่คนที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่อาจเป็นคนที่ยิ้มให้ กับชีวิตเสมอมาอย่างกิจก็ได้

แกต้องสู้ต่อไปนะกิจ แกต้องทำแบบที่เราคุยกันให้ได้นะ ถ้าไปปากเกร็ดอีก เราจะไปกินให้แหลกอีกครั้ง แกมันโคตรน่ารักเลย เจ้าเด็กสู้ชีวิตของจริง!!

ปล. น้องขายอยุ่ตรงตลาดท่าน้ำปากเกร็ดนะคะ

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก Keptawan Kopanitcharoen, wongnai.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here